Thursday, 4 June 2026
INFO

เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 เปิดฉากแล้ว! ส่องเบอร์ผู้สมัครวันแรก

เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2569 เวลา 08.30 น. ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการ สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. เป็นวันแรก เป็นไปอย่างคึกคัก ถึงขั้นตอนการจับสลากเบอร์ผู้สมัคร หลังจากตั้งแต่เช้ามืดมีผู้ประสงค์ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. โดยมีคนที่มาก่อนเวลา 08.30 น. จำนวนอย่างน้อย 13 คน เข้าสู่การจับสลาก

1. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯ กทม. ได้เบอร์ 9

2. นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร  ผู้สมัครจากพรรคประชาชน (ปชน.) ได้เบอร์ 10

3. นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้เบอร์ 5

4. พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้สมัครจากพรรคเศรษฐกิจ ได้เบอร์ 12

5. นายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ ผู้สมัคร กลุ่มกรุงเทพบินได้ (นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์) ได้เบอร์ 7

6. ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ผู้สมัครในนามอิสระ ได้เบอร์ 1

7. น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนามอิสระ เบอร์ 14

ที่มา : https://www.bangkokbiznews.com/politics/1235988?anf=

มาดูโปรไฟล์ทีมที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ศุภจี สุธรรมพันธ์ เขาเรียนอะไรกัน (ใช้งานฟรีไม่มีเงินเดือน) เผื่อน้องๆรุ่นหลังเดินรอยตาม

1.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ป.โท กฏหมายธุรกิจระหว่างประเทศ จาก Harvard Law School

2.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ป.เอก เศรษฐศาสตร์ MIT

3.ปิติ ศรีแสงนาม ป.เอก เศรษฐศาสตร์ University of Melbourne

4.อาร์ม ตั้งนิรันดร ป.เอก กฎหมาย Peking University, Harvard Law School,Stanford University

5.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตรชัย ป.เอก เศรษฐศาสตร์UC,Berkeley

6.ยรรยง ไทยเจริญ ป.เอก เศรษฐศาสตร์ MIT

7.ภูสิต รัตนสกุล เสรีเริงฤทธิ์ ป.โท Public Administration,University of Soutern California

หมายเหตุ แค่ทีมงานบางส่วน

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางผ่านขนส่งน้ำมันดิบ(Crude Oil) ปริมาณต่อวัน

1.จีน  5.35 ล้าน

2.อินเดีย 2.15 ล้าน

3.เกาหลีใต้ 1.7 ล้าน

4.ญี่ปุ่น 1.7 ล้าน

4.ประเทศอื่นๆในเอเชีย 2 ล้าน

5.สหภาพยุโรป 5 แสน

6.สหรัฐอเมริกา  4 แสน

7.ประเทศอื่นๆ  แสน

หน่วย : บาร์เรล

หมายเหตุ ปริมาณน้ำมันดิบ จีนรวมกับอินเดียสูงถึง 52% ของปริมาณที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ที่มา : IEA,Upsurge

“ครม.ดรีมทีม” หลังเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 สูตรสมานฉันท์ที่วางคน “ตรงงาน” มาก่อน “ตรงขั้ว” โดย กองบรรณาธิการ THE STATES TIMES

 

หมายเหตุความชัดเจน: บทความนี้จัดทำในกรอบ “ฉากทัศน์/โผ ครม.ดรีมทีม” ตามรายชื่อที่ได้รับ (ไม่ใช่ประกาศแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ)

หลังการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. 2569 ประเทศไทยจะเดินต่อได้ไกลแค่ไหน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า “ใครชนะ” เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่า รัฐบาลชุดใหม่จะจัดทีมบริหารประเทศได้มีเสถียรภาพ มีประสิทธิภาพ และประสานพลังให้เดินไปในทิศเดียวกันได้หรือไม่

ในมุมของกองบรรณาธิการ THE STATES TIMES “ครม.ดรีมทีม” ชุดนี้มีจุดเด่นที่การตั้ง “แกนยุทธศาสตร์” ก่อน แล้วค่อยให้กระทรวงเดินตามแกน ผ่าน 3 หลักการสำคัญดังนี้

• สมานฉันท์ + ความสามารถ

• ประเทศไทยต้องไปต่อ

• การเมืองประสาน + คิดเดินหน้า

1) นายกฯ อนุทิน: คุมทีมผสมให้เดินไปทางเดียวกัน

การวาง “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกรัฐมนตรีในฉากทัศน์นี้ สะท้อนแนวคิดใช้ผู้นำที่มีประสบการณ์การบริหารและการเมือง โดยภารกิจหลักไม่ใช่เพียงสั่งการ แต่คือ “ประสาน” ให้ทีมที่หลากหลายสามารถขับเคลื่อนนโยบายได้จริง ลดแรงเสียดทานในรัฐบาลผสม และรักษาความต่อเนื่องเชิงนโยบายในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประเทศ.

2) 5 รองนายกฯ = 5 แกนยุทธศาสตร์คุมเกมรัฐบาล

หัวใจของโครงสร้างนี้คือการตั้งรองนายกฯ แบบมีโจทย์ชัดเจนรอบด้าน เพื่อให้ “นโยบายข้ามกระทรวง” วิ่งได้จริง ไม่สะดุดที่เส้นแบ่งอำนาจ.

• สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ (โครงสร้างพื้นฐาน): เหมาะกับการเร่งสปีดโปรเจกต์ใหญ่ที่ต้องเอาอยู่ทั้งระบบ ตั้งแต่คมนาคม โลจิสติกส์ ไปจนถึงการเชื่อมเศรษฐกิจภูมิภาค.

• ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (ดิจิทัล): โจทย์ดิจิทัลยุคใหม่ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่คือการเปลี่ยนผ่านระบบรัฐให้บริการประชาชนเร็วขึ้น โปร่งใสขึ้น และลดต้นทุนประเทศ.

• เจษฎ์ โทณะวณิก (กฎหมายและลิขสิทธิ์ทางปัญญา): ยุคเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ AI ต้องมีกติกาทันสมัยด้าน IP และกฎหมายเศรษฐกิจใหม่ วางคนสายกฎหมายเชิงระบบช่วยลดรอยรั่วเชิงนิติกรรมของรัฐ.

• กรณ์ จาติกะวณิช (เศรษฐกิจ): ช่วยคุมภาพใหญ่เรื่องวินัยการคลัง ความเชื่อมั่น และการสื่อสารกับตลาด—โดยเฉพาะช่วงที่ประเทศต้องการ “ความนิ่ง” ทางนโยบาย.

• พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ (ความมั่นคง): ความมั่นคงยุคใหม่คือชายแดน ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ และการบริหารวิกฤตให้สัมพันธ์กับการต่างประเทศและเศรษฐกิจ.

3) กระทรวงเศรษฐกิจ: ผสม “เทคโนแครต + นักการเมืองทำงาน” ให้เกิดผลลัพธ์

ทีมเศรษฐกิจในฉากทัศน์นี้โดดเด่นที่การผสม “สายมหภาค/นโยบาย” กับ “สายภาคสนาม/การเมือง” เพื่อให้การตัดสินใจเร็วขึ้น แต่ยังอยู่ในกรอบความยั่งยืน และสื่อสารกับภาคธุรกิจได้ตรงภาษา.

• การคลัง: กอบศักดิ์ ภูตระกูล (รมช. อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี, รมช. ศิริกัญญา ตันสกุล): เป็นภาพทีมการคลังที่มีทั้งมุมมองการเงิน–นโยบาย–การเมือง ช่วยให้แพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจไม่หลุดกรอบความรับผิดชอบทางการคลัง.

• พาณิชย์: ศุภจี สุธรรมพันธุ์: การให้ผู้บริหารเอกชนคุมพาณิชย์คือสัญญาณว่า “แข่งขันได้จริง” จะสำคัญกว่าการบริหารแบบเดิม และช่วยเชื่อมรัฐกับเอกชนได้เร็ว.

• คมนาคม: สามารถ ราชพลสิทธิ์: คมนาคมคือเส้นเลือดของเศรษฐกิจ การวางคนที่เข้าใจงานระบบและการประสานหลายหน่วยงานช่วยลดคอขวดด้านโลจิสติกส์.

• อุตสาหกรรม: เอกนัฏ พร้อมพันธุ์: อุตสาหกรรมยุคใหม่ต้องชนะด้วยมาตรฐาน ความปลอดภัย และห่วงโซ่อุปทาน วางคนที่ผลักงานเชิงระบบได้ช่วยยกระดับภาคผลิต.

• พลังงาน: พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค: พลังงานเป็นตัวแปรต้นทุนประเทศ ทั้งค่าไฟและความมั่นคงทางพลังงาน บทบาทนี้ต้องคุมโครงสร้างและกติกาให้สมดุล.

• เกษตรฯ: ธรรมนัส พรหมเผ่า: กระทรวงฐานรากที่ต้องทำถึงพื้นที่—ทั้งการจัดการน้ำ การตลาด และการประกันรายได้ ต้องอาศัยคนที่เอางานภาคสนามอยู่.

• แรงงาน: พงษ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ: แรงงานคือการจ้างงาน ค่าจ้าง ทักษะ และสวัสดิการ บทบาทนี้ต้องเชื่อมเอกชน-ลูกจ้าง-รัฐ ให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้.

4) ความมั่นคง–ยุติธรรม–ต่างประเทศ: ทำให้รัฐ “แข็งแรง” และ “น่าเชื่อถือ”

• กลาโหม: พลเอกบุญสิน พาดกลาง: ช่วยยึดภาพความมั่นคงและการบริหารกำลังพล โดยเฉพาะมิติภาคสนามและการจัดการสถานการณ์ชายแดน.

• ยุติธรรม: ชนากานต์ ธีรเวชพลกุล: หากรัฐบาลตั้งใจยกระดับกระบวนการยุติธรรม การวางคนที่ยืนบนมาตรฐานและความเป็นธรรมช่วยคืนความเชื่อมั่นของสังคม.

• การต่างประเทศ: สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว: ยุคที่ไทยต้องกลับเข้าจอเรดาร์โลก การทูตต้องคมและต่อเนื่อง เพื่อดึงโอกาสเศรษฐกิจและความร่วมมือกลับเข้าประเทศ.

• มหาดไทย: ไชยชนก ชิดชอบ (รมช. สุชาติ ชมกลิ่น, รมช. วราวุธ ศิลปอาชา): มหาดไทยเป็นกลไกบริหารพื้นที่ วาระสำคัญคือบริการประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่ และทำให้รัฐ “ถึงมือประชาชน” มากขึ้น.

5) คุณภาพชีวิต: สาธารณสุข–การศึกษา–สังคม–วัฒนธรรม–สิ่งแวดล้อม ต้องทำจริง วัดผลได้

การเมืองจะลดความขัดแย้งได้ยั่งยืน ต้องทำให้ประชาชนเห็นผลลัพธ์ในชีวิตจริง—สุขภาพ การศึกษา โอกาส และสภาพแวดล้อม.

• สาธารณสุข: ศ.นพ. อภิชาติ อัศวมงคลกุล: การให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์คุมระบบสุขภาพ เป็นสัญญาณว่ามาตรฐานวิชาชีพจะนำหน้าการเมืองในระบบบริการ.

• ศึกษาธิการ: สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์: หากจะยกระดับทักษะคนไทย ต้องเริ่มจากระบบโรงเรียน ครู และหลักสูตรให้ตอบโจทย์เศรษฐกิจใหม่อย่างเป็นระบบ.

• การอุดมศึกษาฯ: ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์: มหาวิทยาลัยต้องผลิตคนให้สอดคล้องตลาดแรงงานและนวัตกรรม บทบาทนี้ต้องเร่งเชื่อมงานวิจัยกับเศรษฐกิจจริง.

• พัฒนาสังคมฯ: ศุภมาศ อิสรภักดี: การคุ้มครองคนเปราะบางและลดความเหลื่อมล้ำเป็นงานแกนของรัฐสวัสดิการยุคใหม่ ต้องทำให้ถึงมือและวัดผลได้.

• วัฒนธรรม: ซาบีดา ไทยเศรษฐ์: วัฒนธรรมยุคเศรษฐกิจสร้างสรรค์ต้องเชื่อมกับซอฟต์พาวเวอร์และรายได้ชุมชน ให้ “ความเป็นไทย” กลายเป็นมูลค่าเพิ่ม.

• ทรัพยากรธรรมชาติฯ: วีระศักดิ์ โควสุรัตน์: สิ่งแวดล้อมคือโจทย์เมือง PM2.5 และท่องเที่ยวยั่งยืน ต้องขับเคลื่อนเชิงระบบร่วมกับท้องถิ่นและเอกชน.

• ท่องเที่ยวและกีฬา: ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์: ท่องเที่ยวเป็นเครื่องยนต์ฟื้นเศรษฐกิจ ต้องเร่งยกระดับคุณภาพและความปลอดภัย พร้อมกระจายรายได้สู่เมืองรอง

• ดิจิทัลฯ: การดี เลียวไพโรจน์: ถ้ากระทรวงดีอีขยับจาก “งานกำกับ” สู่ “งานยกระดับรัฐดิจิทัล” ประเทศจะได้ประโยชน์เชิงระบบ ทั้งบริการรัฐและเศรษฐกิจดิจิทัล

6) ทีมที่ปรึกษาและโฆษก: เติมสมอง–ความน่าเชื่อถือ–การสื่อสาร

ฉากทัศน์นี้ยังเพิ่ม “ทีมที่ปรึกษานายก” เพื่อเติมมุมมองเชิงยุทธศาสตร์จากผู้มีประสบการณ์หลากมิติ และ “ทีมโฆษกรัฐบาล” เพื่อทำให้การสื่อสารของรัฐชัดขึ้น ลดความสับสนของสังคม.

ทีมที่ปรึกษานายก (ตามรายชื่อที่เสนอ):

• อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (เศรษฐกิจ)

• นพ.ยง ภู่วรวรรณ (สาธารณสุข)

• วิกรม กรมดิษฐ์ (อุตสาหกรรม)

• จรีพร จารุกรสกุล (การลงทุน)

• เศรษฐา ทวีสิน (การค้าต่างประเทศ)

• สมคิด จิรานันตรัตน์ (โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล)

• คณิศ แสงสุพรรณ (การลงทุนอุตสาหกรรมขนาดใหญ่)

ทีมโฆษกรัฐบาล (ตามรายชื่อที่เสนอ):

• ไตรศุลี ไตรสรณกุล

• ศึกษิษฎ์ ศรีจอมขวัญ

• จูรี นุ่มแก้ว

บทสรุปของกองบรรณาธิการ THE STATES TIMES

กองบรรณาธิการฯ เห็นว่า “ครม.ดรีมทีม” ชุดนี้ถูกออกแบบเพื่อแก้ 3 จุดอ่อนเรื้อรังของการเมืองไทยพร้อมกัน ได้แก่ (1) รัฐบาลผสมเดินคนละทิศ → เปลี่ยนเป็นรัฐบาลผสมที่มีแกนยุทธศาสตร์ชัด (2) กระทรวงทำงานเป็นเกาะ → เปลี่ยนเป็นระบบส่งไม้ต่อกัน (3) นโยบายสวยแต่ทำไม่ถึง → เปลี่ยนเป็นนโยบายที่มีทั้งคนทำงานและคนคุมกติกา.

อย่างไรก็ตาม รายชื่อที่ดีเป็นเพียงจุดเริ่มต้น สิ่งที่ประชาชนต้องการคือผลลัพธ์—ค่าครองชีพที่ลดลง งานและรายได้ที่เพิ่มขึ้น บริการรัฐที่เร็วขึ้น ความปลอดภัยที่มั่นใจได้ และความเชื่อมั่นของโลกที่กลับมาอยู่ข้างประเทศไทย

หมายเหตุ: บทความนี้เป็น ความเห็นของกองบรรณาธิการ THE STATES TIMES เท่านั้นและจัดทำในกรอบ “ฉากทัศน์/โผ ครม.” ตามรายชื่อที่ได้รับ ไม่ใช่การประกาศแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ

เหตุผลที่นักการเมืองกลัวรัฐธรรมนูญปี 60

ถูกปลุกปั่นให้กลายเป็นกฎหมายเผด็จการ แต่หากมองเหตุผลอย่างถ่องแท้ ก็เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 สร้างความ 'หวาดกลัว' ต่อบรรดานักการเมือง จนต้องต้องหาแนวร่วม 'ประชาชน' มาช่วยกัน 'ล้มล้าง' ให้สิ้น

แยกขั้วชัดเจน!! ศึกประชามติร่างรัฐธรรมนูญใหม่

ทีมเห็นชอบ: ประชาชน, เพื่อไทย, ภูมิใจไทย, ปชป. ขณะที่ ทีมไม่เห็นชอบ: รักชาติ,รทสช., พปชร., ไทยภักดี และคุณล่ะอยู่ทีมไหน?

เช็กชื่อชัดๆ! พรรคไหน ‘เอา’ หรือ ‘ไม่เอา’ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่” สรุปจุดยืนล่าสุด ของพรรคการเมืองไทยต่อการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ใครอยู่ฝั่งไหน ดูได้ในภาพเดียว!

รีเซ็ตรัฐธรรมนูญใหม่

เมื่อพรรคการเมืองส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ กับคำถามที่ต้องตอบ แค่คำว่า ‘ใหม่’ ยังไม่พอ แต่ต้องตอบให้ได้ว่า ‘ใหม่เพื่อใคร?’

เหตุการณ์ต้องจำปี 2568 ปีแห่งข่าวร้ายที่ถล่มไทยตลอดทั้งปี

ปี 2568 คือปีแห่งหน้าประวัติศาสตร์ไทยที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและบทเรียนอันล้ำค่าครับ เราเริ่มต้นปีด้วยความหวังจาก "สมรสเท่าเทียม" ที่มอบสิทธิและความรักอย่างเสมอภาค แต่ก็ต้องเผชิญความโศกเศร้าจากเหตุแผ่นดินไหวเมียนมาที่ส่งผลให้อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งกำลังก่อสร้างถล่มจนเกิดความสูญเสียครั้งใหญ่

5 ทักษะคนไทยอยากให้พัฒนาในปีหน้า

รู้หรือไม่คนไทยอยากพัฒนาทักษะอะไรในปีหน้า สถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน (ประเทศไทย) สำรวจมาให้แล้ว มีอะไรบ้างไปส่องกัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top